Hunterland Fantasy
   ดินแดนมหัศจรรย์ ฮันเตอร์แลนด์
    Register Arcade  •  FAQ  •  Search  •  Login     
It is currently Sat Nov 07, 2009 6:54 pm

All times are UTC + 7 hours



Welcome
Welcome to <strong>Hunterland Fantasy</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!


Post new topic Reply to topic  [ 4 posts ] 
Author Message
 Post subject: CometSanctuary:C1
PostPosted: Thu Mar 13, 2008 9:58 pm 
Offline
ordinary people
User avatar

Joined: Mon Dec 17, 2007 2:45 pm
Posts: 32
Location: Errorไม่พบถิ่นที่อยู่!!
" เอเดน" หรือสรวงสวรรค์อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สงบสุขและงดงาม อันเป็นที่พำนักของเหล่าทวยเทพ และวิญญาณที่จุติเพราะทำความดี มากมาย...
ในจำนวนเทพมากมายนั้น ไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จัก "เฟียร์ ไซเลนท์" ผู้เป็นทายาทแห่ง มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ "ซุส" แต่เมื่อเขา ต้องสูญเสีย คนรักไป เขาจึงต้องส่งเธอไปจุติ เพื่อ ตามหาเธอและ ปกป้องเธอ จาก เหล่าศัตรู.....
"ไอร่า คานามิดาเรีย" เทพี ผู้มีหน้าที่รักษาความสมดุลของพิภพ อันเป็นงานที่หนักหน่วงเอาการสำหรับเทพ ที่พึ่งบรรจุ ...... ซึ่งนอกจากเธอจะรับหน้าที่อันสำคัญนี้ เธอยังเป็นคนรักของมหาเทพเฟียร์ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์อีกด้วย ดังนั้น ...เมื่อเธอตายเฟียร์จึงส่งเธอไปจุติใหม่เพื่อให้ได้พบกันอีกครั้ง ... ทว่า เธอจะไม่สามารถรำลึกถึงความทรงจำที่มีต่อเฟียร์ รวมถึงเรื่องราวทั้งหมดเมื่อตอนเป็นเทพได้...... เฟียร์จึง ออกจากเอเดนเพื่อจะปกป้องเธอ แต่แล้วเรื่องราวกลับตาลปัตร ความหมายของการไปจุติที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เพียงเพื่อให้ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ความจริงของเรื่องราวทั้งหมดก็คือ!?!
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



สูงขึ้นมาจากพื้นโลก ผ่านชั้นบรรยากาศหลายชั้น ......สูงขึ้นมาจนเห็นทั่วทั้งระบบสุริยจักรวาล ไกลขึ้นไปอีก จนถึง ประตูมิติที่เชื่อมกับอีกมิติหนึ่งหรือที่นักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ ต่างขนานนามมันว่า Black hole…

ปัจจุบัน ไม่มีใครรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วนั้น ผ่านเข้าไปจาก Black Hole คืออะไร ....จากการสังเกตการ ในหลักการทางวิทยาศาสตร์ เชื่อกันว่า Black Hole นี้จะดูดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆเข้าไป และ...มีเพียงทางเดียวที่วัตถุ ที่ผ่านไปนั้นจะกลับออกมาได้ คือ การได้ผ่าน White Hole ออกมาเท่านั้น ใครเลยจะรู้ว่า แท้ที่จริง มันเป็นเพียง ภาพที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ความลับ ของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ .... ซึ่งก็คือ"เอเดน และ เฟดาราเมเดียน" หรือ สิ่งที่มนุษย์เรียกมันว่า"สวรรค์ กับ นรก"นั่นเอง

ณ ใจกลางอาณาจักร เอเดนหรือที่เหล่ามวลมนุษย์เรียกขานกันว่า สวรรค์ อันเป็น ที่เงียบสงบและอยู่อาศัยของเหล่าเทวเทพ หากแต่คงความงดงาม และความตระการ ตาที่มิอาจเห็นที่อื่นได้... กลิ่นสมุนไพรที่ส่งกลิ่นหอม ขจรขจาย ไปทั่วอาณาจักรบ่งบอกถึงความเป็นอยู่ที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ปรองดองรวมถึงเสียงนกสวรรค์ฮาร์พีร้องเพลงขับขานดนตรีอันไพเราะ เพื่อขับกล่อมเหล่าทวยเทพให้หลงใหล ท้องนภาที่ไร้สีฟ้าแต่งแต้ม หากกลับกลายเป็นสีดำของราตรีกาลโดยมีดวงดาวระยิบระยับทอแสง เพื่อให้ความสว่างแก่ผู้อาศัย ทางเดินที่อยู่เหนือตัวอาณาจักรที่ซ้อนทับไปทับมาที่งดงามราวกับสิ่งที่มนุษย์เรียกกันว่าทางช้างเผือก ม่านออโรร่าใสสีรุ้งดุจดั่งผลึกแก้ว บ้านเรือน หลังเล็กๆที่เหมือนกับโดมมากมาย ลอยอยู่เหนือพื้น ทุกๆอย่างล้วนแต่ งดงาม และ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ....

ทว่า ...เด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีทองยาวไปถึงกลางหลังหากแต่ถูกถักเป็นเปียและมัดด้วยเชือกอย่างเรียบๆ ดวงตาสีฟ้าเฉกเช่นน้ำทะเลในคืนที่ลมทะเลเงียบสงบ ไมน่าเชื่อว่ามหาเทพที่เหล่าเทวะ ต่างนับถือ กำลังนั่งใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ข้างๆลำธารสีรุ้งแห่งหนึ่ง ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความเศร้าของเขา มองไปยังภาพสะท้อนของตัวเองที่เกิดขึ้นบนผืนน้ำ หากแต่ภาพ ที่สะท้อนกลับมาในใจเขานั้นไม่ใช่ภาพของตัวเอง สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งที่วัยไล่เลี่ยกัน กำลังยิ้มอย่างเศร้าสร้อยสลับกับร่าเริงแจ่มใส เธอคนนั้นที่เศร้าเวลาที่เขาเศร้า และ ยิ้มร่าเริงเพื่อให้กำลังใจ........แม้เขาจะได้ อยู่ใน ที่ รื่นรมย์เช่นนี้... แต่เขากลับไม่มีความสุขเลย....

เรื่องราวอันเลวร้ายทั้งหมดมันเกิดขึ้นเมื่อห้าร้อยปีที่แล้ว ... เมื่อ ผู้ได้รับตำแหน่งเทพประจำราศี แห่ง Libra.ได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่โดยออกไปทางเชื่อมโลกสวรรค์ในเดือนตุลาคม โลกมนุษย์ ซึ่งผู้ที่รับหน้าที่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มนั้น ซึ่งเธอก็คือ"ไอร่า คานามิเดเรีย" ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอเป็นบุตรสาวแห่งเทพผู้ได้รับหน้าที่นี้รุ่นก่อน....

และแล้ววันนั้นก็มาถึง......วันที่เธอออกไปอย่างไม่มีวันกลับมา.....

"ไม่จริงนะ..ไอร่า ลูกแม่..."หญิงสาวที่น่าจะมีอายุราวหลายร้อยปี แต่ใบหน้ากลับอยู่เพียง23 ปี ดวงตาสีม่วงอันเศร้าสร้อยที่เต็มไปด้วยน้ำตา เรือนผมสีแดงเพลิงที่ไม่ฉายแสงสว่างและลุกโชนเหมือนเช่นเคย บ่งบอกความทุกข์ระทมของผู้เป็นแม่ได้เป็นอย่างดี... เธอประคองร่างของเด็กสาวอันเป็นธิดาน่ารักของเธอเสมอมา....พลางกอดร่างของลูกสาวอย่างแนบชิดเป็นครั้งสุดท้าย

เฟียร์ กลับมิได้ร้องไห้แม้แต่น้อย เพียงแต่รู้สึก.....โลกทั้งโลก สลายหายไป รวมถึงชีวิตเขาครึ่งหนึ่งก็มลายไปด้วย.... ครั้น เมื่อเริ่มตั้งสติได้ เขาก็เดินไปประคองร่างของเธอคนนั้น โดยไม่กล่าวสิ่งใด .... ในใจเขารู้ดีว่านี่คือ ผู้สังหารคนที่เขารักมากที่สุดนี้คือใคร..ซึ่งนั่นคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "ไบร์ทเลส..."ผู้สืบทอดเชื้อสายของ เทพฮาเดส ผู้ปกครองนรกนั้นเอง ...ไม่ต้องสงสัยว่าทำไม...

ชายผู้นั้นมีความคิดที่จะยึดครอง โลกทั้งสามมานานแสนนานแล้ว แม้ท่านเทพ ฮาเดส ผู้ทรงธรรมก็ยังมิอาจห้าม ทายาทผู้นี้ได้....

เมื่อราศี ทั้ง12 ขาดหายไปเพียงหนึ่ง ปีศาจร้ายที่ถูกผนึกไว้ที่ทางเดิน ของเหล่า เทพแห่ง12 ราศีก็จะถูกปลดผนึก.....และ ไอร่าซึ่งเป็นผู้ถูกเลือก อีกทั้งยังเป็นคนสำคัญ ของเขา นั่นก็เพื่อตัดกำลังใจของผู้นำสวรรค์ อย่างมหาเทพ เฟียร์ นั่นเอง.......... ความเจ็บแค้นนั่นฝังในหัวเขามาเนิ่นนานเหลือเกิน ความเศร้ากัดกร่อน นั่นเพราะ เขารักไอร่า...รัก... เขามองภาพสะท้อนในน้ำของตัวเองหลังจากหวนนึกถึงความหลัง........ แต่แล้วเสียงๆหนึ่งก็ดึงเขาออกจากภวังค์

"ท่านเฟียร์ขอรับ การเตรียมการ เพื่อจุติใหม่ของท่านเทพไอร่า เสร็จสิ้นแล้วครับ" เทพบุตรในชุดทหารสีขาว มารายงาน ข่าวให้ทราบ มันเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายกันแน่นะ หลังจาที่ต้อง ทำการค้นหาเศษวิญญาณของ เธอคนนั้นเป็นเวลาห้าร้อยปี ห้าร้อยปี...กับการมองดู เงาสะท้อนตัวเองในน้ำ และไปเยี่ยมร่างไร้วิญญาณเธอที่สวนดอกไม้.....ซึ่งถ้าเธอไปจุติใหม่ นั่นหมายความว่าเธอจะลืมเรื่องเขาทั้งหมด ...... แต่ถึงกระนั้นถ้าเธอยังอยู่ในร่างนี้เขาจะเสียเธอไปตลอดกาล

"แล้ว ชาวบ้านว่าอย่างไรบ้าง เรื่องเทพประจำราศีตุลย์....."เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความเศร้าดังที่ผ่านมา แต่เป็นเสียงที่จะสะกดใจสตรีและบุรุษ ทุกคนที่ได้ยิน

"ครับ ทาง ชาวบ้าน มีบางส่วนที่ต้องการ ผู้รับตำแหน่งใหม่เพราะถ้านานกว่านี้ เราจะไม่สามารถหยุดปีศาจที่บุกเข้ามาในหมู่บ้านทุกๆวันได้ แต่ สภาพจิตของ เซรีน มารดาแห่งท่าน ไอร่า ยังไม่สามารถฟื้นฟูสภาพจิตใจได้ ข้าคาดว่านาง คงมิอาจจะมีบุตร หรือบุตรี ได้อีก....."

"งั้นเหรอ?..."เขาตอบสั้นๆ.............................

เขาจะลังเลไม่ได้อีกแล้ว หากเขาขาดกลัว เขาก็จะไม่สามารถปกป้องเธอได้อีก แม้เธอจะลืมก็ช่างปะไร ขอแค่เขาคุ้มครองเธอครั้งนี้ไว้ได้เท่านั้น จะต้องปกป้องให้ได้ .................

"ความรัก.................มันเคยชะล้างความแค้นที่ข้า มีเมื่อครั้งอดีตให้หายไปหมด
มันเคย..... ทำให้ข้าเป็นคนที่เข้มแข็ง แต่นั่นก็เพราะมีเธอ ปกป้องข้าด้วยรอยยิ้มนั้น
คราวนี้ข้าจะเป็นผู้ปกป้องเจ้าบ้าง.................ไอร่า"


ทะลุผ่านห้วงมิติเวลา ไวท์โฮลล์ออกไป ผ่าน กาแล็กซี่ และดวงดาวที่ส่องประกาย เฉิดฉายบนฟากฟ้า เหนือ พื้นฟ้าที่กว้างใหญ่ไม่รู้จบ ไกลออกไป ยังดวงดาวสีฟ้าสุกใส ที่แต่งแต้มด้วยสีขาวของปุยเมฆและ ผืนดิน เขียวชอุ่ม รอบๆดวงดาวลูกกลมๆสีฟ้านั้น เหมือนจะทะลุผ่านไปได้อย่างง่ายดาย หากแท้ที่จริงกลับมี เกราะหนา ที่มีความกดอากาศ และไฟฟ้าสถิตกำลังสูงปกคลุมอยู่......

ใน ดวงดาวแห่งนี้ แตกต่างกับเอเดนอย่างสิ้นเชิง จากผืนดิน เมื่อแหงนมองบนผืนฟ้า จะเห็นเป็นสีฟ้าบริสุทธิ์ ไม่ใช่ความเงียบสงบเฉกเช่นเอเดน แต่เป็นความสงบ เมื่อสายลมอ่อนๆพัดผ่าน แสงแดด กลิ่นไอของทะเล ใจกลางเมืองที่แสนวุ่นวาย สีสันแห่งอาณาจักรโลก ของแต่ละเมือง แต่ละทวีป อันแตกต่างกัน เป็นสิ่งแต่งแต้มสีสันให้กับผืนผ้าใบ ผืนใหญ่ นั้นคือผืนโลกนั้นเอง ........

ในบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง หรือ ควรจะเรียกว่าคฤหาสน์ขนาดย่อมดี...? บ้านที่ มีต้นไม้อยู่รายล้อมเพียงรั้วบ้าน ....พื้นสวนส่วนกลางกลายเป็นผืนปูนซีเมนต์ใหญ่ เด็กสาว เจ้าของเรือนผมสีดำปนน้ำตาลสั้นถึงปลายบ่า สลับผมที่ยาวไปถึงพื้น หากแต่ถูกพันด้วยริบบิ้นสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งทำจากผ้าไหมชั้นดี ดวงตาสีน้ำตาล..ดุจผืนดิน อันแฝงไปด้วยความอ่อนไหว ประดุจสายน้ำ ............ เธอ ค่อยๆก้าวเดินไปยังชิงช้าที่ถูกสร้างโดยการผูกเชือกกับต้นไม้ เชือกที่ห้อยลงมาถูกพันด้วยพืชประเภท เถาชนิดหนึ่ง ซึ่งประดับประดาไปด้วย พฤกษา ที่มีกลิ่นหอม .....บรรยากาศ ร่มรื่น อบอุ่น และ รู้สึกได้ถึงความสุข เสียงเพลง ขับขานออกมาจากริมฝีปากบาง ....ภาพตอนนี้ ช่างราวกับนางเอก ในนิยาย ที่ กำลังขายดิบขายดีในช่วงยุคนี้เสียนี่กระไร................ ราวกับเทพธิดาไร้ปีกในภาพวาด ที่จิตรกรจินตนาการ ถึง...............

"เฮ้อ มาร้องเพลงที่นี่อีกแล้วนะ เบื่อฟังแล้ววิจารณ์ให้แล้วนะ ไอร่า"เสียงหวานใสดังขึ้นเพื่อดึงสติ ไอร่าที่ร้องเพลงอย่างสบายอารมณ์อยู่บนชิงช้า เด็กสาวผมสีประดุจเปลวเพลิงยาว ดวงตาสีน้ำทะเลเข้ม แต่เปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็งราวผืนดิน ใครเลยจะรู้ว่า ในใจลึกๆแววตาสีน้ำเงินที่เข้มแข็งและสง่างามนี้ จะอ่อนไหวเพียงใด.... มองดูจากภาพ และเสียง โดยมุมมองของคนที่ไม่รู้จักเพลงที่เด็กสาวร้องย่อม คิดว่าไพเราะเป็นธรรมดา ....แต่ใคร จะรู้ดี เท่า คนที่ฟังแทบทุกวัน

"ฮึ่ม แล้วใครใช้ให้มาฟังกับวิจารณ์ ล่ะ.....เค้ากำลัง ฝึกร้องเพลงอยู่นะ..เอลซัง จริงๆอยากอยู่คนเดียวเวลาร้องด้วยซ้ำ เขิน นะรู้ม้ายยย เวลามีคนมาฟังอ้ะ" เด็กสาวผมสีดำอมน้ำตาล หรือ ไอร่า หลุดออกจากคราบนางฟ้า หรือเทพธิดา มาจุติ เป็นนางมารน้อยในทันใด ...

"อ้าว ก็นั่นแล่ะ ถึงต้องมีคนมาวิจารณ์ .....เอ้อ จริงสิ ถ้ากลัวคนมาได้ยิน ทำไมไม่เลิกร้องไปเลยล่ะ?" เอลมิน่าถามอย่างมีเหตุผล ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย แต่งดงาม .....และสง่างามประดุจ หงส์อันสูงศักดิ์

"ก็......"ไอร่าอึกอัก.... "ก็ มันจะได้ช่วยทำให้ อิมเมจของเค้าดีขึ้นน่ะสิ"เธอยิ้มให้กับ เอลมิน่า "ที่สำคัญนะ... การจะเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในอนาคตก็ต้องร้องเพลงเพราะนี่นา...."

"หา? หญิงสาวที่เพียบพร้อม ? ไอร่า นี่พี่ยังไม่พอใจอะไรอีกล่ะ ทั้งๆที่ พี่ก็มีหน้าตาแบบผู้หญิง แล้วนา..... ลักษณะนิสัย โดยรวม ก็ผ่าน..... แค่บางทีดูเด็กไปเท่านั้น แล้วอีกอย่าง เสียงของพี่ก็ใส...แถมยังปรับ โวลุ่มได้ตามใจนึก เว้นแต่เวลาร้องเพลง บางเพลง จะมีหลุดมา ความจริงไม่ต้องเคร่งมากก็ได้นี่ อีกอย่าง ถ้าอนาคตพี่ขึ้นคาน ชั้นก็จะขอท่านแม่ ไปอยู่หมู่บ้านคานทองนิเวศน์กับพี่ด้วยนะ" เอลมิน่า หยอกเล็กๆตอนท้าย

"อ๋า....พูดแป๊ปเดียว สวดยาวไปถึงบางอ้อ....อื้ม...แต่ขอบคุณนะที่เป็นห่วง รักเอลซังที่สุดเลยยยย"ว่าแล้วสาวน้อยไอร่า ก็กอดเอลมีน่า ผู้เป็นน้อง "แอ้ก หายใจไม่ออกๆปล่อยๆ"ว่าแล้วเอลมีน่า ก็พยายามสลัด ไอร่า

"ขอโทษจ้า ...อ้ะ!!จริงสิ วันพรุ่งนี้...เปิดเทอม ขืนไม่เตรียมตารางเรียนก่อนค่ำ โดนท่านแม่สวดแหงเลย" ทันที่ที่นึกเรื่องที่ต้องทำได้ เด็กสาวทั้งสองก็วิ่งเข้าประตูบานใหญ่ไปเพื่อ เตรียมสิ่งที่ต้องใช้

เช้าวันรุ่งขึ้น ...ผ่านหน้าต่างบนใหญ่ของห้อง นอนห้องเล็กๆน่ารัก อันเป็นที่พำนัก ของสองสาวพี่น้องยามค่ำคืน ตะวันทอแสง เพื่อเป็นสัญญาณของวันใหม่.... เสียงนกน้อยฮัมมิ่ง ที่ว่ากันว่า เป็นนกขนาดเล็กที่ขับขานเพลงได้ไพเราะ ที่สุด ขับขานเพลง เพื่อ ให้ทุกคนตื่นจากการหลับใหล .. แม้ว่า จะมีบรรยากาศที่เป็นใจแก่การเริ่มต้นวันใหม่ที่สดใส แต่เด็กสาวสองคนก็ไม่ยอมลุกจากที่นอน ..............

"กริ๊งงงง!!" และแล้วเสียงนาฬิกาปลุกที่ มารดาอันเป็นที่รักเตรียมไว้ เพื่อป้องกันการอู้ของสองสาวพี่น้อง...ก็ดังขึ้น.... เสียงของนกฮัมมิ่ง ในแง่มุมของสองสาว อาจจะเป็นเพลงกล่อมเด็ก ก็เป็นได้ เอลมีน่า ค่อยๆเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุก แต่เธอคงไม่ด้านมากพอที่จะทำเหมือน พวกเด็กผู้ชายเกเรทั้งหลาย ที่ปิดนาฬิกาแล้วนอนต่อ เธอลุกจากที่นอน แล้วปล่อยพี่สาวที่กำลังนอน ฝันหวาน ให้นอนต่อ "ต้องแกล้งซักหน่อย ไอร่าน่ะ.. ถ้าไม่ไปโรงเรียนสายก็ไม่รู้หรอก" เธอกล่าวก่อนจะเดินไปแต่งตัว แล้วหยิบของใช้จำเป็นแล้วออกเดินทางสู่โรงเรียน.....

_________________
เพราะชั้นเชื่อในสายลมที่พัดผ่าน เปลวไฟที่ลุกไหม้ สายน้ำที่ไหลริน และผืนดินที่แข็งแกร่ง....มันคือความจริงที่สัมผัสไำด้นะ?


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Mar 13, 2008 10:00 pm 
Offline
ordinary people
User avatar

Joined: Mon Dec 17, 2007 2:45 pm
Posts: 32
Location: Errorไม่พบถิ่นที่อยู่!!
7.30 น. ณ โรงเรียนสตรี เซนท์ เมดิรีน

"นี่เอลซัง ทำไมไม่ปลุกกันล่ะ?"ไอร่าถามอย่างโกรธๆพลาง ขยี้ตาอันซึมเซาที่เกิดจากการหลับไม่เต็มตื่น

"ก็ไอร่าเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยเลยนี่นา?ถ้าไม่ลองสายดูก็ไม่รู้หรอกใช่ม้า?"เอลมิน่ากล่าวพลางยิ้มหยอกๆให้กับไอร่าผู้เป็นพี่สาว

"แง้!!!!!!~ แต่ยังไงก็ใจร้ายอยู่ดี...กระซิก"ว่าแล้ว ไอร่าก็แสร้งเป็นร้องไห้ งอแง เหมือนเด็กๆ

"โอ๋ๆเด็กดีๆ โตแล้วไม่ร้องน้า~"เอลมิน่า หยอก ไอร่า ราวกับ แม่ที่ดูแลลูก ที่งอแง ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนุกสนานกับการหยอกล้อกันนั้น ก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างพลันหันไป มองตามกลุ่มที่มีเด็กสาวมากมายกำลังแห่ล้อม เป็นกลุ่มขนาดใหญ่เพื่อ ต้อนรับการมาเยือนของ "ไค โคล์เรน"อาจารย์ดีเด่นประจำโรงเรียน ด้วยดวงตาสีนิลอมเทา อันเย็นชา และผมปอยสีเทาที่ประดับผมสีนิล ใบหน้าอันหล่อเหลา จึงไม่แปลกที่อาจารย์ ไคผู้นี้จะ สามารถคว้า หัวใจเด็กสาว(แทบ)ทั้งโรงเรียนไปครองได้

"นั่น คุณไคนี่นา? เอลมิน่า เธอไม่ไปทักหน่อยเหรอ?"ไอร่า ถามอย่างสงสัย ซึ่งไม่แปลกเลย ที่จะสงสัยว่าทำไมน้องสาว ของเธอคนนี้ จะไม่ไปทักทาย ไค เช่นเดียวกับเด็กสาวอื่นๆ... จริงๆแล้วไค ก็อายุห่างกับ ไอร่าเพียงแค่2ปี แล้วยัง สนิทกับ เอลมิน่า มากตอนมาเยี่ยมเยียน พ่อและแม่ของเธอที่บ้าน เพราะพ่อแม่ของทั้งสองตระกูลเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน

"ไม่ล่ะ น่ารำคาญ ออก คนตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวก็โดนเหยียบตายพอดี"เอลมิน่าบอก

"ไม่หรอกค่ะ ถ้าเป็นแบบนั้น ทางโรงเรียนต้องเอาเรื่องแน่ สำหรับการที่ทำให้ คุณหนูแห่งตระกูลเมลเดี้ยน ผู้เป็นลูกหัวแก้วหัวแหวน ของท่าน เรน่าโดนเหยียบตายในโรงเรียนแห่งนี้"เด็กสาวผู้น่าจะมีอายุเช่นเดียวกับไอร่ากล่าวอย่างสุภาพ น้ำเสียงของเธอ อ่อนช้อยและแฝงด้วยความเข้มแข็งราวกับ คลื่นที่เคลื่อนไหวในท้องทะเล เช่นเดียวกับ เรือนผมยาวสีม่วงอ่อน และนัยน์ตาสีน้ำเงิน อมฟ้า ที่ราวกับวารี ในท้องทะเล ยามค่ำคืน นัยน์ตาใส ราวกับน้ำทะเลที่เล่นแสงกับพระจันทร์ .....

"สวยจังเลย...คุณ?"ไอร่า ก็อดที่จะเพ้อกับความงามประดุจพรายน้ำที่ งดงามมาก ในนิทาน ที่เธออ่านในตอนเล็กๆ ทุกอิริยาบถช่างสะกดใจ แม้จะไม่รู้ว่าเธอผู้นี้เป็นใคร

"คาเรน โคล์เรน ยินดีที่ได้รู้จัก จ้ะ"เธอยิ้ม ราวกับ คุณครู ที่ยิ้มให้เด็กนักเรียน แม้แต่ เอลมิน่า ยังเผลอหน้าแดงเล็กน้อยเลย ว่าแล้ว เอลมิน่าก็สะกิดพี่สาวเชิงให้แนะนำตนเอง แก่เพื่อนใหม่ที่พึ่งรู้จักกัน....
"อ่า ชั้น ไอร่าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน.. ส่วนนี่ ก็ เอลมิน่า น้องสาวน่ะค่ะ"ไอร่ายิ้มน้อยๆก่อนจะโค้งพอเป็นพิธี ว่าแต่นามสกุล โคล์เรน นี้คุ้นๆดีเนอะ ไอร่า และเอลมิน่าพร้อมใจกันคิด .....แต่คิดมากไปก็ปวดหัว สู้ถามเลยดีกว่า

"ว่า แต่คาเรน... เอ่อ ชั้นขอเรียกว่าคาซังนะคะ ...คาซังรู้จักชื่อชั้นกับ ไอร่าได้ยังไงงั้นเหรอ? เราเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า?"เอลมิน่าถามอย่างเกร็งๆ ก็นี่ คนพึ่งรู้จักกันจะให้พูดกันอย่างสนิทสนมและเป็นกันเองได้อย่างไร กัน

"อ้าว? ไม่เอะใจเหรอจ๊ะ นามสกุลออกจะเหมือน พี่ไค แท้ๆ อีกอย่างพี่ ไม่เคยเล่าให้ฟังเลย เหรอ?ตอนเจอกันน่ะจ้ะ" คาเรนแปลกใจเพราะเธอเองได้ยินเรื่องของไอร่าและเอลมิน่ามาจากพี่ชายมาบ้างเช่นกัน

"เอ๋ ...."สองพี่น้องพยายามนึก "ไม่รู้สิ น่าจะเล่านะ ว่ามั้ย เอลซัง?"ไอร่าถาม ....เธอเองก็ไม่ค่อยเห็น ไคพูดอะไรเลย ทุกครั้งที่อยู่กันสามคน ก็มีเพียงแต่ความเงียบ รึไม่ก็เสียงเอลมิน่ากับไอร่าคุยกันเท่านั้น เอ๊? หรือว่า เขาจะพูดมากเวลาอยู่กับน้องสาวตัวเอง...?

"อืม พี่เค้าไม่ใช่คนพูดมากหรอกจ้ะ"เสียงคาเรน ดึงเอลมิน่า และไอร่า ออกจากห้วงแห่งความคิด

"ไม่จริงน่า ทายใจเราได้ยังไงกัน"เอลมิน่าตกใจเพราะเวลาอยู่โรงเรียน เอลมิน่า และไอร่า จะรักษาการแสดงออกทางสีหน้าได้ดีมากจนเหล่าอาจารย์ต่างก็เชื่อกันว่าเธอเป็นเด็กสาว ผู้เพียบพร้อมกว่าใคร โดยหารู้เบื้องหลังไม่ว่าแท้ที่จริงสองพี่น้องมีนิสัยซุกซนและแก่นแก้วมากแค่ไหนในยามลับสายตา คนรู้จักภายในโรงเรียน

"แหะๆ มันเป็นความสามารถเฉพาะตัว ของชั้นน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าทำไม ถึงได้ยินความคิดคนอื่นแต่เด็ก"เธอยิ้มนิดๆ

"ดีจัง!!!"

"ไม่ดีหรอก บางครั้ง การที่ได้ยิน ความรู้สึกที่มุ่งร้ายต่อผู้อื่น ความรู้สึกที่เรา ไม่ต้องการรับรู้มันก็ไม่ดี"คาเรนยิ้มเศร้าๆ

"อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะ ชั้นเห็นแล้วรู้สึกไม่ดีเลย"ไอร่าบ่น ด้วยท่าทีที่ไม่แสดงถึงการปลอบใจ หรือสงสาร แต่ทว่าเธอกลับ ยิ้มแบบพี่สาวที่ดุน้องสาวอยู่อย่างนั้น

"แหม...ไอร่า อยู่ที่บ้านไม่เห็นกล้าดุ ชั้นแบบนี้เลยนะ"ว่าแล้วเอลมิน่าก็แซวเพราะปกติยามอยู่บ้านเอลมิน่าออกจะดูเป็นพี่สาวมากกว่าด้วยซ้ำ ไม่ว่าใครคนใดที่พึ่งได้เห็นสองพี่น้องนี้ ก็ย่อมเข้าใจว่าเอลมิน่าเป็นพี่สาว แล้วไอร่าเป็นน้อง

"ก็...........คือว่า เอล.....ซัง น่ากลัว"ไอร่าพูดสองพยางค์หลังเบามากจนแทบไม่ได้ยิน

"ว่าไงน้า~!!"แต่เสียง เบาเท่านี้ก็ไม่อาจสกัดกั้น ประสาทสัมผัสการได้ยินของ เอลมิน่าไปได้ เห็นอย่างนี้ แต่ที่จริงแล้วเธอก็เป็นหน่วย ปฏิบัติการของโรงเรียนอย่างลับๆ ซึ่งมีไอร่าเพียงคนเดียวที่รู้ คาเรนได้แต่หัวเราะกับ การหยอกล้อของสองพี่น้อง ที่ราว กับ หนูกับแมวกัดกัน...

"นักเรียนจ๊ะ ห้ามส่งเสียงดังบริเวณ โรงเรียนนะจ๊ะ"หญิงสาว ผมสีม่วงอเมทิสต์ ยาวถึงพื้นที่ประดับประดาไปด้วยเพชรนิลจินดา เสื้อผ้าอาภรณ์ลากยาว ราวกับชุดแต่งงาน ของสตรีผู้สูงศักดิ์ นัยน์ตาสีนิล ริมฝีปากบาง สีชมพูอ่อนราวกลีบกุหลาบ ใบหน้างดงามละม้ายคล้าย เทพแห่ง พรหมจารี เมดิรีน ตักเตือนเด็กสาวทั้งสาวคนด้วยน้ำเสียงอันแสนอ่อนโยน และรอยยิ้มละไม

"ขอโทษค่ะ อ.ลิน พอดีว่าพวกเราพึ่งรู้จักกันแล้วคุยกันถูกคอเลยคุยเสียงดังไปหน่อย"คาเรน โค้ง .... ไอร่าและเอลมิน่า อ้าปากค้าง คนๆนี้นี่รึ อาจารย์?? ดูจาก หน้าตาแล้วก็น่าจะห่าง จากพวกเราไม่กี่ปี เท่าๆกับไค ทำไมโรงเรียนนี้ถึงมีคนอายุน้อย ที่มีความสามารถเยอะอย่างนี้นะ?

"อ.อายุ27 แล้วนะจะบอกให้"คาเรนกระซิบไอร่า ทำเอาเธอถึงกับตาโตด้วยความตกใจ

"ห๊า!!!!27!?!"

"ชู่ววววววววววววววววววว~"ทั้ง อ.ลิน เอลมิน่าและคาเรนต่างส่งเสียงปรามเป็นเสียงเดียวกัน... ..เพราะคนรอบๆหันมามองไอร่าหมด

" แล้วไอร่า คิดว่าครู อายุเท่าไหร่จ๊ะ....ถ้าไม่27เนี่ย ?"อ.ลินยิ้ม

"18 ค่ะ..."

"ฮะๆ........แหม ดีใจจังเลยจ้ะที่มี คนเห็นว่าครูยังสาวๆอยู่"อ.ลินหัวเราะ นิดๆก่อนจะยิ้มให้กับเด็กสาวทั้งสามอย่างเป็นมิตรแล้วกล่าวต่อ "ทีนี้ ไปเข้าห้องเรียนกันได้แล้วจ้ะ นี่สายมากแล้วนะ ออดดังมา 10 นาทีกว่าแล้ว...."

"ห๊า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"

"ชู่ว~เอาอีกแล้วนะ ไอร่า"เอลมิน่าเตือนแล้วบ่นต่อ "ไม่มีเวลามาตกใจแล้ว...ต้องเข้าชั้นเรียนแล้วนะ??"ว่าแล้ว เอลมิน่าก็จับมือไอร่ากับคาเรน คนละข้าง ก่อนจะกล่าวต่อ

"ไปกันเถอะ"

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ใน ขณะเวลาเดียวกันนั้น เองที่ เอเดน......

"ท่านเฟียร์ เป็นอย่างไรบ้าง...?"หญิงสาวผมทองยาว ใบหน้างดงามได้รูปยิ้มด้วยนัยน์ตาสี ไพลินอย่างอ่อนโยน.....เทพี ผู้เป็นเจ้าของใบหน้าอันงดงาม และ บริสุทธิ์ยิ่งกว่าหยาดน้ำค้างนี้ จะเป็นใครไม่ได้เว้นเสียแต่ เมดิรีน เทพ แห่ง กันย์(Virgo) นั่นเอง.... ไม่เพียงแต่เธอจะคุ้มครองหญิงสาวบนโลก แต่เธอก็ยังมีหน้าที่เป็นเลขาของเฟียร์ อีกด้วย

"ฮึ ฮึ...."เฟียร์ อดหัวเราะกับท่าทีของไอร่า ในคราบเด็กสาวมนุษย์ที่ มองผ่านลูกแก้วไม่ได้

"เธอยังไม่เปลี่ยนเลยสักนิด..."

"เอ๋??..."เมดิรีนสงสัย

" ไอร่าน่ะสิ....ถึงเธอไม่มีความทรงจำ ยามเป็นเทพแล้ว ...แต่ท่าที และนิสัยของเธอก็ยังทำให้คนรอบข้างมีความสุขไม่แตกต่างจากเดิม..."เขาหยุดหัวเราะไปช่วงหนึ่งก่อนจะ กล่าวประโยคหลัง ด้วยนัยน์ตาที่บ่งบอกถึงความเศร้าศร้อยลึกๆแม้จะยิ้มออกมาก็ตามที

"คนรอบข้างนี่หมายถึง ท่านเฟียร์ด้วย รึเปล่าเจ้าคะ?"

"หืม??" เฟียร์หน้าแดงเล็กน้อย... "อืมนั่นสินะ... ไม่ว่าใครอยู่ใกล้เธอก็มีความสุข..."

"ข้าอิจฉาท่านไอร่า..อยู่เหมือนกันนะ .....ที่มีคนรักคอยเป็นห่วงเป็นใย อยู่แบบนี้"เมดิรีน ยิ้ม อย่างหยอกๆ... ความจริงความรักอะไรทำนองนี้เป็นเรื่องที่กระทบใจเมดิรีนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเธอไม่สามารถมีความรักกับใครเนื่องจาก ต้องครองตนเป็นพรหมจารีตามกฎของเทพ ตระกูลVirgoที่เกินจาก ดอกไม้งาม "เซนต์เลิฟวอรัส" ที่เบ่งบานในช่วง ที่อาณาจักรใด อาณาจักรหนึ่งในโลกล่มสลาย ทุกๆห้าร้อยปี


"เมดิรีน..... เจ้าเองก็คงอยากมีความรักสินะ.... ถ้าเสร็จจากเรื่องไอร่าแล้ว ข้าจะบอกทางตระกูลให้ยกเลิกกฎข้อนั้นดีมั้ย?"เฟียร์ยิ้มอย่างอ่อนโยน.....เพราะเขาเข้าใจดี ถึง ความรักอันแสนยากลำบาก แต่ทว่า เมดิรีนกลับยิ้มก่อนจะส่ายหัว

"ขอบพระคุณ ในความเมตตาของท่าน ค่ะ แต่ว่า เทพี แห่งโชคชะตา(Destiny)ได้สร้างข้ามาเพื่อ รับหน้าตำแหน่งนี้....การที่ข้ารับตำแหน่งนี้นั้น.... มันเป็นภาระใหญ่หลวง..ซึ่งการที่ข้าจะเอาแต่ใจตนเองแล้วฝ่าฝืนกฏ เปลี่ยนกฎตามใจชอบ มัน...."แต่ก่อนที่เมดิรีน จะกล่าวต่อ...

"พอเถอะ..... ข้าคงไม่ยกเลิกกฎให้เจ้าแล้วล่ะ ก็เจ้าเล่นพูดยาวซะขนาด...ขบวนรถไฟยังอายขนาดนี้"เฟียร์กล่าว ...กับเด็กสาวที่ดูมีอายุไล่เลี่ยกัน ใครเลยจะรู้ว่าเธอมีอายุยืนยาวกว่าเขาถึง 4000ปี เนื่องด้วยความเคร่งครัดในกฎของตระกูล...ไม่แปลกที่เธอจะเป็นที่เคารพ ต่อโรงเรียนสตรี ต่างๆ

"คิกๆ"เธอหัวเราะ กับ วาจา ที่ไม่ถือตัวของมหาเทพเมื่อครู่ก่อนจะกล่าวถามถึงจุดประสงค์การมาที่นี่ "ท่านเฟียร์.... ท่านต้องการไปพบท่านไอร่าที่โลกมนุษย์ไหม?"

_________________
เพราะชั้นเชื่อในสายลมที่พัดผ่าน เปลวไฟที่ลุกไหม้ สายน้ำที่ไหลริน และผืนดินที่แข็งแกร่ง....มันคือความจริงที่สัมผัสไำด้นะ?


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Mar 13, 2008 10:01 pm 
Offline
ordinary people
User avatar

Joined: Mon Dec 17, 2007 2:45 pm
Posts: 32
Location: Errorไม่พบถิ่นที่อยู่!!
"หืม? โลกมนุษย์? เจ้าพูดเล่นงั้นเหรอ? ข้าจะไปได้อย่างไรกันในเมื่อมีภาระหน้าที่ๆต้องทำเช่นนี้"เฟียร์ขำแบบเศร้าๆ เมดิรีนได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะกล่าวต่อว่า

"ไม่เจ้าค่ะ ข้าไม่ได้อำหรือ หลอกใดๆทั้งสิ้น... ตามความคิดข้า ท่านสามารถ ไปโลกมนุษย์ ได้โดยไม่มีใครรู้ แม้ข้าจะไม่เห็น ด้วย แต่ว่า............"เมดิรีน กำลังจะพูดชื่อต่อ แต่แล้วก็มีเสียงขัดขึ้น

"ก็พวกเรา พวกเรา.. พวกเรา พวกเรา..เห็นว่าท่านทุกข์ใจมานาน มานาน...แล้ว"เสียงของเด็กหญิงเด็กชาย ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกวัย 6ขวบผู้มีใบหน้า คล้ายกันเดินออกมา จากหลังม่านของ ห้องโถงอันโออ่าแห่งนี้ เป็นเสียงที่ซ้อนกัน ราวกับเทคโนโลยี โบราณ(เอ็คโค่) ของโลกมนุษย์เสียจริงๆ ...แฝดที่เหมือนกันราวกับแกะ เช่นนี้ คงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก เทวเทพ น้อยๆ แห่ง เมถุน (Gemini)นั่นเอง

"อ้าว? นาทาร์ นาทาล???" เฟียร์ เรียกชื่อทั้งสองด้วยความแปลกใจ " มาที่นี่ได้ยังไง...และทำไมมาแค่สองคนล่ะ"

"เปล่านะ เปล่านะ.... ก็ทาร์ ทาร์ มากับท่านพี่...."ว่าแล้วเด็กหญิงก็เกาะแขนพี่ชาย

"ว่าไง นาทาล?"เฟียร์คาดคั้น...เด็กสองคนนี้อะไรกันนะ...ถึงจะเป็นห่วงก็ไม่ควรมากันเอง ....

"นี่เฟียร์ อย่าไปดุ อะไรเด็ก เลย ข้าเองแล่ะ คนพามา"ชายหนุ่ม ผู้ถือเคียวแห่งความตาย ...ชุดสูทที่มีโค๊ทสวมทับ ยาว ...ผมสีดำสนิท นัยน์ตา สีเงิน เยือกเย็น หากแต่แฝงความขี้เล่น กล่าว ...พลางเดินมาจากหลังม่านพร้อมๆกับเสียง

"เซลด้า?? ...ลมอะไรพัดพาท่านมาที่นี่...งานประชุมเทพก็แทบไม่ได้มา แต่กลับมาเป็นเพื่อนเล่นเด็กๆ?"

"เด็ก..? พวก เราไม่ใช่เด็กนะ..ใช่ แล้ว ไม่ใช่เด็ก"นาทาร์ กับนาทาล เถียง

"ฮะๆ ..ใช่แล้วล่ะ ความจริงเจ้าสองคนก็อายุน้อยกว่า ข้าแค่200ปีเองสินะ..."เซลด้า ยิ้ม....ถ้าไม่โดนคำสาป ....เด็กสองคนนี้ก็คงจะมีรูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างวัยจากเขานัก

"ฟู่ว~งอนแล้วจริงๆด้วย... จะไม่บอกวิธีที่ทำให้ท่านเฟียร์เจอกับไอร่าแล้ว บู่ว..."นาทาร์ตัดพ้อ

"นั่นไม่ใช่ปัญหา ของข้านิ"เซลด้า บอกด้วยท่าทีที่แสร้งทำเป็นหยิ่ง

"ขอโทษครับ ท่านนาทาร์"ว่าแล้ว เฟียร์ที่อมยิ้มอยู่เล็กน้อยก็โค้ง ให้นาทาร์เป็นเชิงขอโทษ "แล้ว ท่านนาร์ทาร์ มีวิธีใด ที่จะทำให้ข้าพบ กับไอร่าได้ เหรอขอรับ"เฟียร์ยังไม่เลิกเล่นบท ข้ารับใช้ของนาทาร์

"อ๋า....ให้ท่านเฟียร์ เรียก หนึ่งในพวกเราว่า ท่านแบบนี้ มันผิดประเพณี นะเจ้าคะ"เมดิรีนแทรก

"ไม่เอาน่า...เดี๋ยวเฟียร์ก็รู้สึกว่าตัวเอง โดดเดี่ยวหรอก"เซลด้ากวน

"ไม่หรอก...ข้าโดดเดี่ยวตั้งแต่วันที่ไม่มีไอร่า"....เฟียร์พูด

"............................."ห้องอยู่ในความเงียบ ..ไปชั่วขณะหนึ่งก่อนที่ เซลด้าจะพูด "นายจะทำตัวเป็นพระเอกที่เทิดทูนความรักไปถึงเมื่อไหร่กันห๊ะ? ..ทำเป็น เก๊กไม่เข้าท่า...นาร์ทาร์ นาทาล บอกเขาไปสิว่าต้องทำยังไง?"

"ก็....หาตัวตายตัวแทนสิ ไม่เห็นยากเลย"นาทาลพูดห้วนๆ

"ตัวตาย ตัวแทน?"ทุกคนแปลกใจ...เฟียร์ยิ้มที่มุมปาก..... มีนี่นา คนที่หน้าตาเหมือนเรา...หากแต่เป็นสตรี..... เทพ แห่ง ราศีเมษ น้องสาวเรา.............

"ฟาร์ล่า??"

"ใช่ๆ เรากำลังจะพูดถึงท่าน ฟาร์ล่า เนอะๆ"ว่าแล้วนาร์ทาลก็หันไปคุยกับนาร์ทาร์

"ห๊ะ?ฟาร์ล่า......"เซลด้าตกใจ.... "ฟาร์ล่า เธอกำลังอยู่ในช่วงปฏิบัติงานไม่ใช่เหรอ?"

"แหม...ท่านเซลด้าดูจะ ติดใจอะไรท่านฟาร์ล่านะคะเนี่ย?"เมดิรีนอมยิ้ม

"ปล...เปล่าสักหน่อย"ใบหน้าอันสง่างามของเขาแดงซ่านไปหมด ก่อนจะไปนั่งตรงโต๊ะตัวข้างๆ จิบชา แล้วอมยิ้มอยู่คนเดียว ราวคนบ้า ผิดกับนิสัย ของชาวมังกรที่ว่า "สง่างาม เยือกเย็น สงบเสงี่ยม"

"เงียบ...สยอง แบบนั้นใครจะไปชอบลงล่ะ.." ไม่ทันขาดคำ ลมที่พัดมาแล้วชวนเสียวสันหลังก็วูบผ่านเซลด้าไป...

"ใคร เงียบ สยองกัน?"เสียงหวานใส ของเด็กสาว ผมยาวจรดพื้น ที่ถักเป็นเปีย แล้วพันด้วยดอกคาเมเรีย นัยน์ตาสีน้ำเงิน ความเหมือนจนแทบแยกไม่ออกกับมหาเทพเฟียร์....จะเป็นใครไปได้นอกจากฟาร์ล่า สาวน้อยที่ทุกคนกล่าวถึงเมื่อสักครู่

"อ่า...สาวข้างบ้านข้า...."เซลด้าพูดอย่างประหม่าระคนหวั่นๆ

"ข้างบ้าน?"ฟาร์ล่าคาดคั้นจนน่ากลัว

"ไม่เอาน่า ฟาร์ล่า .."เฟียร์ขัด "เจ้ามาก็ดีแล้ว พี่มีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้า?"

"ขอร้อง เหรอคะ? ไม่ต้องหรอกค่ะ ข้า พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อท่านพี่ แม้ท่านพี่ไม่ขอร้อง จะให้บุกน้ำลุยไป เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ข้าพร้อมเสมอ"ฟาร์ล่ายิ้ม และโค้งเป็นพิธี

"อย่าๆฟาร์ล่า เจ้าไม่ควร โค้งให้ข้า เราเป็นพี่น้องกันนะ"

"ค่ะ ท่านพี่....ว่าแต่งานที่ว่า คืออะไรเพคะ?"

"....ขอร้องล่ะ ฟาร์ล่า"เฟียร์กุมมือฟาร์ล่า "เจ้าช่วยปลอมตัวเป็นพี่ที....แล้วอยู่แทนพี่ช่วงที่พี่ลงไปโลกมนุษย์ จะได้ไหม"เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้ว คุยกับฟาร์ล่าอย่างน้องสาว ไม่ใช่ อย่างหัวหน้า ของเหล่าเทพ ฟาร์ล่าแสดงท่าทีตกใจเพียงเล็กน้อย......เธอ เป็นห่วงพี่ชายที่จะไปโลกมนุษย์ที่ดูสงบสุข แต่แฝงไปด้วยอันตราย ห่วงว่าตัวเองคงไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้แม้เพียงชั่วคราวก็ตาม ฟาร์ล่าคุกเข่า ลงต่อหน้าเฟียร์

"ท่านพี่ ข้าคงมิอาจรับหน้าที่เช่นนี้ได้ ...หากความแตกขึ้นมาไม่ใช่เพียงข้าเท่านั้นที่จะเดือดร้อน แต่ท่านพี่จะเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้น ท่านพี่เปลี่ยนเป็นมอบหมายให้ข้าไปโลกมนุษย์จะดีกว่าค่ะ"เธอโค้ง

"ฟาร์ล่า............."เฟียร์ มองน้องสาวเธออย่างเศร้าๆ....

"ไม่เอาน่า อย่ามาสวมบท เล่นละครเศร้าอย่างนี้เลย มันน่าเบื่อ... โอ๊ย ท่านพี่ข้าทำไม่ได้ ข้าทำไม่ได้" และแล้ว ห้องที่เต็มไปด้วยความเงียบก็หายไป ด้วยการล้อเลียนฟาร์ล่า ของเซลด้า ฟาร์ล่าถึงกับเส้นเลือดขึ้น เธอหันกลับมาด้วยสายตาแห่งความโกรธ

"เจ้าล้อเลียนข้างั้นเหรอ?"ฟาร์ล่าจ้องเซลด้า ราวกับสามารถ ปล่อย "ลำแสงฟาร์ล่าบีม"ออกจากดวงตาได้

"อะไรเปล่านี่? ข้าไม่ได้บอกว่าเป็นใครสักหน่อย?รึเจ้าร้อนตัวล่ะฟาร์ล่า ...เอ้อ แต่ก็ดีนะ ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าทำไม่ได้ ข้าจะได้ รับหน้าที่ดูแลตำแหน่งชั่วคราวนี้เอง แล้วไปบอกท่านซุส"ว่าแล้ว เซลด้าก็ทำท่าจะออกไป ฟาร์ล่าที่ทำท่าลังเลอยู่ก็เข้าไปคว้าชายเสื้อ ....

"เดี๋ยวก่อน....." ฟาร์ล่าหันไปที่ เฟียร์ "ท่านพี่ ไปเถอะข้าจะทำหน้าที่นี้ให้เอง" เฟียร์อมยิ้มนิดๆ ยิ้มขอบคุณให้กับความชาญฉลาด เอ๊ะ..หรือว่า ความเจ้าเล่ห์ของเซลด้าดี? ก่อนจะกล่าว

"ขอบคุณนะทุกคน" เขายิ้มให้กับทุกคนในห้องโถงนี้

"ไม่เป็นไร, ไม่เป็นไร เฟียร์"นาทาร์และ นาทาลพูดขึ้นพร้อมกัน หลังจากถูกแย่งพูดไปหลายฉาก

"อืม แต่ว่า สถานที่ๆ ท่านไอร่าศึกษาอยู่นี่เป็นโรงเรียนสตรีนี่เจ้าคะ?"เมดิรีนกล่าวบ้าง ....เพราะโรงเรียนนั้นอยู่ในเครือ ที่บูชาเมดิรีน เธอจึงรู้ว่า โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนสตรี

"งั้นก็ต้อง ปลอมตัว ปลอมตัวสิ" นาทาร์ นาทาลพูดต่อ

"อืม นั้นสิ แล้วมันจะทำให้อันตรายน้อยลงด้วย ....หมายความว่า...."ทุกคนเหล่ตามาที่เฟียร์แปลกๆ และเจ้าเล่ห์

"หมายความว่า.....อะไร....เหรอ?"เฟียร์ถามเสียงสั่นๆ เริ่มเสียวสันหลัง แต่ไม่ทันจะได้ตอบเฟียร์ก็ถูกลากออกไป ยังสถานที่อันลับผู้คนบนสวงสวรรค์ เมดิรีน และฟาร์ล่าร่วมกับเสกสรร อาภรณ์ งดงามวิจิตรของอิสตรี "ท่านเฟียร์อยู่นิ่งๆสิเจ้าคะ" เมดิรีน บ่นเพราะเฟียร์ ดิ้นเอาเสียมากๆ

"ทำไมข้าต้องแต่งหญิงด้วยเล่า...."เฟียร์หน้าแดงมาก เซลด้าแอบหัวเราะ

"ก็มันโรงเรียนสตรี นี่นา ก็ต้องแต่งหญิงสิ ไม่งั้นจะเข้าไปได้ยังไง เอ้า มาๆ เจ้าสองคนออกไปเถอะ เมดิรีน ฟาร์ล่าให้ท่านเฟียร์เขาแต่งเองจะดีกว่า เจ้าทั้งสองเป็นผู้หญิงนะ"ว่าแล้วเซลด้าก็ผลักสองสาวออกไป
ไม่กี่ 10นาที เฟียร์ก็ออกมา... เขาดูงดงาม ยิ่งกว่า สตรีใดๆจน เทวเทพ ทั้ง 4ที่อยู่ด้วยนั้นถึงกับตกตะลึงในความงดงามนั้นราวกับต้องมนตร์สะกด

"เฟียร์...ทิ้งไอร่าแล้วแต่งตั้งข้าเปนคู่ครองเถอะ"เซลด้ากุมมือเฟียร์ ถึงตอนนี้ทำให้ ฟาร์ล่า นาทาร์ นาทาล รวมถึงเมดิรีน แอบอมยิ้มเล็กน้อย

"พอๆ อย่ามาล้อเล่นกับข้าเลย เจ้าก็รู้นี่ ว่าข้าไม่ชอบไม้ป่าเดียวกัน"เฟียร์บอกอย่างโกรธๆ หน้าแดงเล็กน้อย.....แย่จริงๆทำไมชั้นต้องทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย ...ถ้าไอร่า ที่จำเรื่องราวของข้าได้ คงหัวเราะ แล้วเกิดใหม่อีกรอบเป็นแน่...ก็เธอยิ่งเส้นตื้น อยู่ด้วย ระหว่างที่เฟียร์คิด
คนอื่นก็มองอย่างงงๆที่อยู่ๆพูดมา แล้ว อยู่ๆก็เงียบ

"แน่ะๆ นึกถึง ท่านไอร่าอีกแล้วสิคะเนี่ย?"ฟาร์ล่าทัก อย่างรู้ทัน เฟียร์ถึงกับสำลักอากาศที่หายใจ

"ห๊ะ?...อะไรนะ?....รู้ได้ไงกัน"เฟียร์ตกใจ ปกติ เขาออกจะเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก จนเหมือนตุ๊กตาไปโดยปริยาย

"ฮะๆๆๆๆ"ทั้ง เซลด้า นาทาร์ นาทาล เมดิรีน และฟาร์ล่าต่างหัวเราะ

"ก็ เวลาที่เฟียร์ ที่เฟียร์ นึกถึง นึกถึงไอร่า มักจะเงียบๆ เงียบๆนี่"นาทาร์ นาทาล กล่าว

_________________
เพราะชั้นเชื่อในสายลมที่พัดผ่าน เปลวไฟที่ลุกไหม้ สายน้ำที่ไหลริน และผืนดินที่แข็งแกร่ง....มันคือความจริงที่สัมผัสไำด้นะ?


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Mar 13, 2008 10:04 pm 
Offline
ordinary people
User avatar

Joined: Mon Dec 17, 2007 2:45 pm
Posts: 32
Location: Errorไม่พบถิ่นที่อยู่!!
"อื้ม ท่านพี่"ฟาร์ล่ายิ้มต่อ "รักษาตัวด้วยนะคะ ข้าจะคอยสวดมนตร์ภาวนาให้ที่นี่" เธอกล่าว ก่อนที่จะขอตัว เพื่อ ไปปลอมตัว ตนเองให้เป็นเฉกเช่นเดียวกับพี่ชาย

"ขอบใจนะ ฟาร์ล่า...ทุกคน"เฟียร์ยิ้ม อย่างอ่อนโยน ซึ่งในขณะนี้ ฟาร์ล่าเดินไปไกลแล้ว แต่ยังไม่เกินสายตา

"นายนี่น้า ~จะมัวมาเกรงใจกันทำไมล่ะ"เซลด้าบอกอย่างเซ็งๆ ก่อนจะกลับมาจับมือ ถือแขนเฟียร์ อันเรียกเสียงหัวเราะจาก นาทาร์ นาทาล และเมดิรีนต่อ

"ยังไงมีอะไร ก็ ให้ผมช่วยเหลือได้นะครับ เฟียร์ร่าซัง"ว่าแล้ว เฟียร์ ก็ถูกเซลด้าตั้งชื่อ ที่จะใช้ในโลกมนุษย์ให้เสร็จสรรพ เฟียร์ยิ้มแหยๆ ก่อนจะค่อยๆแกะมือออกแล้ว กล่าวลา "ชั้นต้องไปแล้วล่ะทุกคน ขอตัวละนะ" เฟียร์ โบกมือ อำลา ไม่กี่อึดใจ ม่านออโรร่าที่คลุมอยู่ทั่วทั้งเขต เอเดน ก็แหวกออก ลมพัดแรงมาก... เฟียร์ไม่รอช้า ปีกสีขาว ที่สามารถปรากฏขึ้นตามใจนึก ได้ปรากฏต่อหน้าทั้งสาม ก่อนที่เจ้าของปีกคู่นั้นจะบินหายไปในอากาศในที่สุด

"ไอร่า...รอข้านะ...ข้าจะไปหาเจ้า......"

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
+TBC+

_________________
เพราะชั้นเชื่อในสายลมที่พัดผ่าน เปลวไฟที่ลุกไหม้ สายน้ำที่ไหลริน และผืนดินที่แข็งแกร่ง....มันคือความจริงที่สัมผัสไำด้นะ?


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 4 posts ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
cron